การเลือกซื้อ และ ติดตั้งอุปกรณ์ระบบเครือข่าย  Hub,Switch,Router,Access Point,NIC (อ.จุมพฏ กาญจนกำธร 14 พค 2010)

การเลือกใช้ Switches

              Switches เป็น อุปกรณ์ในระบบเครือข่ายที่ทำงานแบบเดียวกับสะพานสื่อสาร(bridge) ที่มีหน้าที่ การทำงานแทน HUB เพียงแต่ว่า เป็นการแบ่งโครงสร้างระบบ ออกเป็นเซ็กเมนต์ หรือแบ่งโครงสร้างระบบเซ็กเมนต์ LAN  ซึ่งเมื่อมีการเชื่อมโยงข้อมูลให้กับเซ็กเมนต์หนึ่ง switch จะเรียนรู้ข่าวสารเกี่ยวกับ แพ๊กเก็ต ข้อมูล ที่ได้รับมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ อื่นๆที่อยู่ในระบบเครือข่าย

switch เป็นอุปกรณ์ที่มีระดับการทำงานที่สูงกว่า HUB มันจะสามารถทราบจำนวนคอมพิวเตอร์ที่นำมาเชื่อมต่อและทราบถึงการเชื่อมโยงการส่ง ข้อมูลให้กับ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อในพอรต์ของ SWITHE นั้นอยู่ที่portไหน เพราะเนื่องมาจากว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการสร้างตารางนำส่งข้อมูลซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการตัดสินใจว่า จะต้องส่ง เพ็กเก็ต ข้อมูลที่ได้รับมานั้นไปยัง port ใดเพื่อส่งผ่านข้อมูลไปให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางที่รับข้อมูลได้ถูกต้องและเร็วที่สุด ในช่วงเวลาเดียวกันหลายเครื่องได้  ประโยชน์ของ switch คือช่วยวางโครงสร้างระบบเครือข่าย เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหา Bandwidth กับ โฮสตัวอื่นๆ

ROUTERS

วัตถุประสงค์ของเราเตอร์คือ การตรวจแพ็กเก็ต ของข้อมูลที่รับเข้ามาแล้วทำการเลือกเส้นทางเดินของข้อมูลที่ดีที่สุดในระบบเครือข่าย จากนั้นจึงได้ส่งแพ็กเก็ตนั้นออกไปทางพอรต์ ที่เราเตอร์ ได้เลือกแล้ว

เราเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมปริมาณของข้อมูลในระบบเครือข่ายที่สำคัญที่สุด 

การทำงานด้วย Router

ในอดีต router ส่วนใหญ่  ถูกใช้ในงานใหญ่ , เครือข่ายบริษัท  Router มีราคาแพงและยากที่จะสร้าง แต่เมื่อเร็วๆนี้  router กลายเป็นประโยชน์  สำหรับการเชื่อมต่อในบ้าน  และเครือข่ายธุรกิจเล็กๆบนอินเตอร์เน็ต  router มีการเชื่องโยงจากอินเตอร์เน็ต  หรือ เครือข่ายไร้สาย ที่เชื่อมโยงโลกอินเตอร์เน็ต  ถ้าเชื่อมต่อผ่านทาง dial-up  สายเคเบิล modem หรือ DSL

Router มีประสิทธิภาพและปลอดภัย มันป้องกันเครือข่ายของคุณด้วย firewall การติดต่อข้อมูลที่รวดเร็วและมีความเร็วมาก บาง router รวม switch ดังนั้นคุณไม่ต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์อื่นๆที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์อื่นๆและอินเตอร์เน็ต

 

การเลือก และ การติดตั้ง  Network Interface Card

การเลือก network interface card ต้องเลือกให้เข้ากันได้กับระบบเครือข่าย ซึ่งการ์ดเครือข่าย แต่ละประเภท ก็ใช้ประเภท สายนำสัญญาณแตกต่างชนิดกัน ดังนั้นต้องเลือกใช้สายนำสัญญาณที่รองรับเทคโนโลยี ที่มีความสามารถแตกต่างกัน

 

            ต้องทราบ NIC ในรุ่นนั้นเข้ากับระบบเครือข่าย โดยเลือกดูตั้งแต่ สายและประเภทจุดเชื่อมต่อของ การ์ดและเลือกซื้อการ์ดที่มี มาตรฐาน

 

การเลือกประเภทของ NIC และการติดตั้ง

หากต้องการ การ์ดระบบเครือข่ายไร้สาย  ต้องทราบก่อนว่าระบบคอมพิวเตอร์รองรับ การ์ดตัวนั้น หรือไม่  ถัดไปต้องเช็ค ว่าที่ MAIN BOARD ยังเหลือให้ใช้งาน PCI slot ถึง 1slot หรือไม่ หากยังเหลือ ก็ให้ทำการประกอบติดตั้งตัวการ์ด NETWORK เข้าไป แต่ ก่อนอื่น จะต้องตัดระบบไฟฟ้าทั้ง หมดของคอมพิวเตอร์ออกก่อนและถอดสายไฟฟ้า หลักของ POWER SUPPLY ออกด้วยเพื่อความปลอดภัย และต่อมา เมื่อทำการติดตั้งเสร็จ ต้องตรวจสอบ จุดเชื่อมต่อดูอีกครั้ง ว่าทำการติดตั้งนั้นแข็งแรงแค่ไหน ที่สำคัญ ควรยึดจุดเชื่อมต่อของการ์ด ลงบนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ให้แข็งแรงที่สุด แล้วทำการขัน น้อต สกูรให้แข็งแรงอีกทีต่อจากนั้นนำสายสัญญาณนำไปเชื่อมต่อกับตัวการ์ดที่จุดเชื่อมต่อสายนำสัญญาณ บนตัวการ์ด   และก็ ทำการเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้ BOOT ขึ้นมาเพื่อแสดงสถานการณ์เชื่อมต่อ อุปกรณ์ ว่ามันรู้จัก หรือไม่เมื่อ เข้าไปใน OS ได้ก็ทำการติดตั้งไดรเวอร์ ให้แก่การ์ด เน็ตเวริค์ ต่อจาก นั้น ก็ทำการ เซต ค่าระบบเครือข่าย แล้วทำการ RESTART  ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

การเลือกใช้ประเภทของสายนำสัญญาณ 

            หากทราบว่าการ์ดที่คุณใช้รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออะไร และความเร็วในการสื่อสารมันมีความเร็วแค่ไหน ก็ต้องทราบด้วยว่า จะเลือกสายนำสัญญาณประเภทอะไร เพื่อนำมาเชื่อมกันกับคอมพิวเตอร์โดยนำไปเชื่อมโยงในระบบเครือข่าย เช่น การ์ด ETHERNET มีความเร็ว100Mbps แต่ HUB ที่ใช้อยู่มีความเร็วแค่ 10Mbps ระบบก็ยังสามารถทำงานได้ แล้วหากเมื่อเลือกสายที่จะนำมาเชื่อมต่อก็ควรใช้สายนำสัญญาณประเภท CAT5 TWISTED- pair    สื่อที่นิยมนำมาใช้ คือสายUTP และใช้งานคู่กับหัวอุปกรณ์เชื่อมต่อ RJ-45 

 

การเลือกซื้อ และ ติดตั้ง hub หรือ switch

1.ความเร็ว ถ้าหากการ์ดเครือข่ายในระบบมีความเร็ว 10/100/1000 Mbps ก็ควรใช้ Hub หรือ switch ที่มีความเร็วเท่ากันคือ 10/100/1000 Mbps

2.จำนวนช่องต่อเข้าคอมพิวเตอร์ (Ports) และควรจะเลือกช่องที่ต่อพอร์ทเผื่อไว้ในอนาคตด้วย

Hub และ switch ขอบเขตการรับประกันของทั้งคู่ ตลอดชีวิต ควรจะได้รับประกันตลอดการใช้งาน มองหาประโยชน์อื่นๆ เช่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, การบริการหลังจากขาย และ ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

อาจจะต้องการเริ่มจาก hub หรือ switch ที่ใหญ่  ดังเช่น 8 หรือ 12 port hub ขึ้นอยู่กับหมายเลขในคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์อื่นๆ จะติดกับเครือข่ายของคุณ ตัวเลข 9-8 ที่แสดง 12 port, 100 Mbps hub นั่อคือ hub ที่เรียกว่า stackable เพราะว่ามันราบเรียบบนจุดสูงสุด และ ที่อยู่ล่างสุดใน เครือข่ายที่ใหญ่  คุณสามารถซ้อนกันให้เป็นระเบียบบนจุดบนสุดของ hub อีกอันหนึ่ง เพื่อขยายเครือข่าย  สิ่งที่แสดง hub นี้ มี LED light เมื่อคุณต้องการเชื่อมต่อการทำงาน

 

การติดตั้ง hub หรือ switch

การติดตั้งเล็กๆของ hub หรือ switch ควรมีอุปกรณ์ในจุดที่สำคัญเพื่อความสะดวก  หลังจากการเสียบปลั๊กเข้ากับสายเคเบิลที่เชื่อมต่อ  เข้าไปใน network card สามารถต่อสายเคเบิลและเสียบปลั๊ก เข้าไปเปิด port ควรจะจัดสายเคเบิลแต่ละพวกบน hub หรือ switch ด้วยตัวเลข หรือ ชื่อ ดังนั้นต้องรู้ว่าอันไหนคือตัวนำ  ใน case จะยุ่งยากในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์  สามารถใช้ patch cables ทำการเชื่อมต่อ stronger และ reliable

ถ้าวางแผนการใช้ hub หรือ switch ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว จะไม่มีปัญหา  ถ้าวางแผนใช้ hub หรือ switch ในการเชื่อมต่อ hub อื่นๆ ดังนั้น สามารถขยายการเชื่อมต่อจำเป็นต้องตรวจสอบคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ การตั้งค่าสำหรับฟังก์ชั้นนี้

ข้อควรรู้:  ถ้าวางแผน daisy-chain hubs และ switches บนจุดบนสุดของ daisy-chain และเชื่อมต่อเพียง hub เดียว solution ที่ดี เข้าไปใน daisy-chain เพียง hub เดียว switch ต่อ switch

สำหรับ hubs หรือ switchs 2 ตัว เชื่อมต่อด้วยด้วยหลายๆอัน  อุปกรณ์ส่งสัญญาณ 1 เครื่อง จำเป็นต้องเชื่อมต่อถึงผู้รับในอุปกรณ์อื่นๆ hub หรือ switchs ส่วนใหญ่จะจัดให้ไม่สามารถเชื่อมต่อ หรือ ใช้สลับกันกับ port ซึ่งทำให้หน้าที่สำเร็จลุล่วงด้วยดี  แต่ไม่เพียงแต่ อุปกรณ์ที่รวมถึง uplink port  ถ้าไม่ค้นพบ uplink port บน hubs หรือ switchs  สามารถสลับสายเคเบิล

สามารถซื้อเคเบิลสายสลับสำหรับไว้ใช้งาน hubs สลับสายเคเบิลนั้นจะถูกสายโลหะที่แตกต่างกัน จะถูกสายที่แข็งแรงกว่าเข้าไปในเคเบิล  แต่ยังคงไม่ป้องกันสายเคเบิลคู่  เคเบิลที่แข็งแรงกว่าสาย UTP ปกติจะใช้ จากคอมพิวเตอร์ ถึง hub

การเลือกใช้Access point และ Base Stations

Access point หรือสถานีฐาน Base Stations  เป็นอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ LAN แบบไร้สายที่ทำหน้าที่คล้ายกับเป็น ฮับตัวหนึง (หรือเป็นจุดกลางของระบบสื่อสารในเครือข่ายไร้สาย) หรือทำหน้าที่เป็นสะพานสื่อสาร หรือ จุดเชื่อมต่อที่ไม่ใช้สายสื่อสารเข้ากับส่วนที่ใช้สายสื่อสาร

Access point และ Base Stations ต้องพึ่งพาเสาอากาศในการสื่อสารข้อมูล ในระบบเครือข่าย ซึ่งควรต้องเลือกเสาอากาศให้เข้ากับเทคโนโลยีและมาตรฐาน เช่น 802.11a ,802.11b,จนถึง802.11g 

การใช้งานเครือข่ายไร้สายให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์ไร้สายด้วยเช่นกัน เพราะหากผลิตภัณฑ์ไร้สายของแต่ละผู้ผลิตไม่สามารถทำงานเข้ากันได้กับผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็จะทำให้การใช้งานเครือข่ายไร้สายด้อยประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นเพื่อให้การใช้งานเครือข่ายไร้สายได้ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในแบบเต็มเปี่ยม ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากผู้ผลิตรายเดียวกัน ซีรีส์เดียวกัน หรือถ้าเลือกใช้ต่างผู้ผลิตก็ให้แน่ใจว่า เลือกใช้ชิปเซ็ตซึ่งสนับสนุนเทคโนโลยีเดียวกัน ก่อนการเลือกซื้อควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของผู้ผลิตแต่ละราย โดยสังเกตได้จากตราสัญลักษณ์ที่ผ่านการรับรองจาก Wi-Fi ก่อน และควรตรวจสอบในรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

- ความเร็วในการรับส่งข้อมูล

- รัศมีของผลิตภัณฑ์เครือข่ายไร้สายที่ครอบคลุมถึง

- ความเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่น

- Access Point หรือผลิตภัณฑ์ไร้สายอื่นมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนช่องสัญญาณและกำลังส่งได้

- ผลิตภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับ

- การติดตั้งที่ง่ายและสะดวกในการใช้งาน

- ฟังก์ชันในการเข้ารหัสสัญญาณที่ใช้เพื่อความปลอดภัย

- มีการพัฒนาและมีซอฟต์แวร์ให้ดาวน์โหลดผ่านเว็ปไซต์ของผู้ผลิต

- ผลิตภัณฑ์มีไฟแสดงสถานะการทำงาน

- ผลิตภัณฑ์มีเครื่องหมายแสดงการผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจาก Wi-Fi Alliance

 

การติดตั้ง access point หรือ base stations

สิ่งที่สำคัญและควรจำเกี่ยวกับ access point คือ  การวางไว้ในจุดศูนย์กลางของบ้าน สามารถติดตั้ง access point หรือ base stations  ได้รวดเร็วและง่าย ถ้าเครือข่ายของคุณเป็นไร้สาย ที่ไม่ได้ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ access point ใกล้กับคอมพิวเตอร์ของ  ทำตามคำแนะนำใน CD  และเครือข่ายไร้สายจะเชื่อมต่ออย่างง่ายดาย ด้วย adapter card ในคอมพิวเตอร์