คุณสมบัติทั่วไปของพนักงานขาย
1.
บุคลิกภาพ (Personality) หมายถึง คุณลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลซึ่งไม่เหมือนกัน
ได้แก่ รูปร่าง หน้าตา กิริยา ท่าทาง การพูด การแต่งกาย บุคลิกภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะความประทับใจที่ลูกค้าได้รับก่อนสิ่งใดคือบุคลิกภาพของพนักงานขายนั่นเอง พนักงานขายจึงควรเอาใจใส่และปรับปรุงบุคลิกภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
ดังนี้
1) รูปร่างหน้าตา (Appearance) พนักงานขายสามารถปรับปรุงหน้าตาของตนเองได้
ด้วยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรงย่อมมีผลทำให้รูปร่างหน้าตาแจ่มใส
ผิวพรรณสดชื่น สุขภาพร่างกายที่ดีจะทำให้การทำงานเกิดความกระฉับกระเฉงว่องไว
2) การแต่งกาย Clothing) เสื้อผ้าการแต่งกายเป็นสิ่งที่เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีอีกวิธีหนึ่งการแต่งกายที่เหมาะสมจะสามารถสร้างความเชื่อถือให้แก่ผู้พบเห็นโดยเฉพาะกับลูกค้า
ทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและต้องการที่จะเข้าร่วมสนทนาด้วย
3) กิริยาท่าทาง (Manner) สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง
คือ กิริยาท่าทางของพนักงานขายต้องสามารถสร้างความประทับใจกับลูกค้าและผู้ที่พบเห็นได้
การเดิน การนั่ง การยืน และการไหว้ กิริยาท่าทางต่างๆ พนักงานขายจำเป็นต้องสร้างความสุภาพอ่อนน้อมและแสดงถึงความจริงใจอยู่เสมอ
4) การพูด (Speech) พนักงานขายต้องสามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอเกี่ยวกับการพูด
เพราะพนักงานขายจะต้องพบปะพูดคุยและนำเสนองานขายให้ลูกค้า การพูดของพนักงานขายจึงต้องมีความชัดเจนและเข้าใจง่าย
การออกเสียงถูกต้อง น้ำเสียงชัดเจนแจ่มใส กิริยาท่าทางประกอบให้มีความเหมาะสม
2. มีมนุษยสัมพันธ์ (Human Relation) เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องกระทำเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับอาชีพการขายจำเป็นต้องใช้มนุษยสัมพันธ์มากกว่าอาชีพอื่นหลายเท่า เนื่องจากพนักงานขายต้องพบปะผู้คนอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น พนักงานขายจึงต้องสามารถปรับตนเองให้เข้ากับทุกคนให้ได้
3. ความซื่อสัตย์ (Honesty) พนักงานขายที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต
มีความจริงใจต่อลูกค้า ต่อกิจการและต่อตนเอง
การตอบคำถามของลูกค้าต้องตอบด้วยความจริงใจ และตรงไปตรงมา จะทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและเกิดความเชื่อมั่น
4. ความร่าเริงแจ่มใส (Cheerfulness) พนักงานขายจำเป็นต้องเป็นคนร่าเริงแจ่มใส
ยิ้มง่ายดูอารมณ์ดี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้งานขายประสบผลสำเร็จได้ ความร่าเริงแจ่มใสอาจแสดงออกมาด้วยคำพูด
ท่าทาง และอารมณ์
5.ความเสียสละ (Donation) การปฏิบัติงานขายบางครั้งอาจจะไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้นั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่พนักงานขายต้องรู้จักการเสียสละ
ความเสียสละของพนักงานขายที่มุ่งเน้นจะทำให้การทำงานประสบกับความสำเร็จ และทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองและอยู่รอดได้
6. ความรับผิดชอบ (Responsibility) พนักงานขายที่มีคุณภาพต้องเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบ
เพราะความรับผิดชอบของพนักงานขายจะสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริหารงานขายได้
ทำให้งานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมาสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
7. ความยับยั้งชั่งใจ (Inhibition) หมายถึง การที่พนักงานขายสามารถควบคุมอารมณ์ให้เป็นไปตามปกติในทุกสถานการณ์
ซึ่งความยับยั้งชั่งใจเป็นสิ่งที่พนักงานขายควรปฏิบัติอย่างยิ่ง จะทำให้พนักงานขายมีพัฒนาทางจิตใจที่ดีและมีผลต่อการทำงาน
ทำให้ประสบกับความสำเร็จในอาชีพทางการขายได้ดีขึ้น
8. ความคิดริเริ่ม (Creative) อาชีพงานขายเป็นงานที่มีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา
พนักงานขายจึงต้องพัฒนาตนเองและคิดค้นรูปแบบและวิธีการต่างๆ เพื่อนำเสนอขายที่สร้างสรรค์อยู่เสมอ
การใช้คำพูด การสาธิต และการปิดการขาย ต้องสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในสิ่งเหล่านั้นได้
9. ความกระตือรือร้น ( Enthusiasm) หมายถึง ความพยายามที่จะปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้ด้วยความกระฉับกระเฉงว่องไว
มีความตั้งใจในการทำงานทุกครั้ง ความกระตือรือร้นในการทำงานจะเป็นพลังอย่างหนึ่งที่ทำให้พนักงานขายสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆลงได้
คุณสมบัติที่ดีของพนักงานขายที่นายจ้างพึงปรารถนา
พนักงานขายมีส่วนสำคัญที่จะเป็นผู้นำเสนอให้กับลูกค้า
ดังนั้น พนักงานขายที่นายจ้างพึงปรารถนาโดยทั่วไป จึงมีคุณสมบัติดังนี้
1.ไว้วางใจได้ (Reliability) หมายถึง คุณสมบัติของพนักงานขายที่นายจ้างมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการทำงานว่าต้องปฏิบัติได้เป็นผลสำเร็จโดยไม่ต้องควบคุม
ผลงานต้องสามารถเสร็จทันตามกำหนดเวลาและบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการได้
2. ความจำดี ( Good Memory) พนักงานขายที่ดีต้องเป็นบุคคลมีความจำดี
คือ สามารถจำชื่อและใบหน้าของลูกค้าทุกคนที่เคยพบเห็น สามารถเรียกชื่อลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
ซึ่งเป็นการให้เกียรติลูกค้า ลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจและเป็นกันเองกับพนักงานขาย
3. ความซื่อสัตย์ ( Honesty ) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งของพนักงานขายที่จะต้องมีต่อทุกๆคน
ความซื่อสัตย์ของพนักงานขายจะนำมาซึ่งความไว้วางใจทำให้ทุกคนรอบข้างต้องการคบหาสมาคมด้วย
4. ความตื่นตัว (Alertness ) พนักงานขายจะต้องตื่นตัวต่อสถาณการณ์ต่างๆ
อยู่ตลอดเวลา โดยการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแล้วศึกษาหาวิธีการแก้ไข
5. การตัดสินใจที่ดี (Good Judgement ) หมายถึง
ความสามารถตอบการตัดสินใจหรือเลือกระหว่างสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้สองอย่าง หรือมากกว่าได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับเวลาและสถาณการณ์
6. ความสามารถทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Ability ) พนักงานขายทุกคนจำเป็นต้องมีความสามารถหรือทักษะทางคณิตศาสตร์มาบ้าง เพื่อใช้ในการคิดร้อยละ
7. มีจิตนาการ (Imagination ) หมายถึง ความสามารถในการใช้ประสบการณ์โดยพัฒนาเป็นความคิดใหม่
แล้วนำมาใช้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น หรือความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการทำงาน เพื่อก่อให้เกิดงานขายใหม่ๆ
เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า
คุณสมบัติที่ดีของพนักงานขายที่ลูกค้าพึงปรารถนา
1. ซื่อสัตย์สุจริต (Honesty ) ลูกค้าต้องการให้พนักงานขายมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเอง
ในการเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยไม่หลอกลวงผู้บริโภค
2 .ความจริงใจ (Sincerity ) ลูกค้าต้องการให้พนักงานขายมีความจริงที่จะช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ด้วยความจริงใจอยู่เสมอ
3. การบริการด้วยใจ (Service Mind ) ลูกค้าต้องการให้พนักงานขายบริการด้วยความเต็มใจ
ทั้งบริการก่อนขาย ระหว่างการขาย และหลังการขาย เป็นต้น
4 .การตรงต่อเวลา มีความสำคัญต่อพนักงานขายค่อนข้างมาก
เพราะเป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ และตรงต่อเวลาตามที่นัดหมายทำให้ลูกค้าประทับใจ
5. มีความรู้สึกที่ดีต่องาน พนักงานขายต้องสร้างความรักและศรัทธาในอาชีพงานขายของตนเอง
ถ้าพนักงานขายเชื่อถือในอาชีพก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อถือ
6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี การที่พนักงานขายมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ลูกค้าสร้างความรู้สึกเป็นกันเองกับพนักงานขาย
7.มีบุคลิกภาพที่ดี โดยส่วนมากการแต่งการที่ดี รูปร่างหน้าตาดี
มีความสุภาพอ่อนน้อม จะทำให้ลูกคาพบปะคุยด้วยการของลูกค้าได้
8. ความสามารถในการใช้คำถามและคำตอบ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความต้องการของลูกค้าได้
ดังนั้นพนักงานขายจึงต้องใช้คำที่มีความสุภาพอ่อนน้อมเพื่อให้ลูกค้ายินดีที่จะตอบคำถามนั้นๆ
ได้อย่างดี
9. ความสามารถในการสนทนา พนักงานขายที่ดีต้องมีความสามารถในการสนทนาได้ดีกับลูกค้าและพร้อมที่จะสนทนากับลูกค้าได้ทุกเรื่อง
10. มีความมั่นใจในตนเอง พนักงานขายที่มีความมั่นใจในตนเองดีจะทำให้ลูกค้าเชื่อถือในตัวพนักงานขาย
และนำไปสู่ความเชื่อถือของสินค้าและบริการอีกด้วย
11. การยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคุณสมบัติที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่พนักงานขายปฏิบัติงานขายด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม
12. ความเป็นผู้นำ หมายถึง ผู้นำมีส่วนในการตัดสินใจได้ในงานขาย
เพราะลูกค้า เมื่อต้องการซื้อสินค้าจะต้องถามข้อสงสัยบางอย่างในสินค้านั้นๆ
13. การมีจรรยาบรรณที่ดีต่อลูกค้า พนักงานขายต้องระลึกอยู่เสมอว่าลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
ลักษณะของพนักงานขายที่จะชนะใจลูกค้า
ผู้ที่ประกอบอาชีพการขายจะต้องรู้จักการสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง เพื่อพิชิตใจลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อสินค้านั้นๆ
ผู้มีอาชีพขายจะสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองได้จะต้องปรับปรุงตนเองในเรื่องต่อไปนี้
1. บุคลิกภาพ การมีบุคลิกภาพที่ดี เหมาะสมกับอาชีพการขาย คือ
แต่งกายดี เข้ากับสังคมได้เหมาะสม เป็นที่น่าเชื่อถือ จริงใจ มีไหวพริบดี ความจำดี
2. ไม่โจมตีผู้อื่นหรือผู้แข่งขัน พนักงานขายที่ดีมีจรรยาบรรณต่ออาชีพที่จะต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานทุกคนได้ด้วยดี
มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
3. สร้างความเป็นมิตรให้กับทุกคน พนักงานขายที่ดีมีลักษณะเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าก็จะได้รับมิตรภาพที่ดีกับลูกค้าเช่นกัน
4. กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไป อาชีพการขายเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี
พนักงานขายจะต้องรับผิดชอบในการกระทำ
ความรู้พื้นฐานของพนักงานขาย
การจะพิชิตใจลูกค้าให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ หากพนักงานขายคนใดมีความตั้งใจจริง มีความมานะพยายาม
อดทนต่ออุปสรรคต่างๆ ความสำเร็จในการเอาชนะใจลูกค้าย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น พนักงานขายจะต้องรอบรู้ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีพของตนเอง
1. ในเรื่องสิ้นค้าที่จะขาย พนักงานขายมีหน้าที่ในการแนะนำ ปรึกษาแก่ลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและพอที่จะนำไปในการตัดสินใจเลือกซื้อ
2. รู้เรื่องเกี่ยวกับกิจการ พนักงานขาย คือ ตัวแทนของบริษัท ความสามารถที่จะพิชิตใจลูกค้าอยู่ที่พนักงานขาย
ดังนั้น ถือว่าพนักงานขายเป็นบุคคลสำคัญของกิจการทุกประเภท
ของตนคืออะไร เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ให้สนองกับนโยบายนั้นให้สำเร็จไปได้ด้วยดี
ขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยเช่น นโยบายที่จะให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ
ทางบริษัทหรือกิจการจะต้องหาวิธีการที่จะผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับกันสังคม
และพิจารณาถึงความปลอดภัยในการบริโภคเป็นหลัก เป็นต้น
กฎระเบียบ ข้อบังคับ พนักงานขายแต่ละคนจะต้องเคารพกฎระเบียบข้อบังคับที่ทางสำนักงาน
กิจการ หรือทางบริษัทกำหนดขึ้น เพื่อให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ กฎระเบียบบางอย่างก็อาจจะเกิดผลดีต่อการขายได้
เช่น ให้พนักงานขายสามารถใช้สิทธิของตนเองลดราคาสินค้าได้ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะนำไปเป็นส่วนลดให้กับลูกค้าของตนได้ เป็นต้น
3. รู้เรื่องเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดของพนักงานขาย
การจะพิชิตใจลูกค้าได้ พนักงานขายจะต้องรู้จักลุกค้าว่าเป็นคนอย่างไร รู้สึกนึกคิดอะไร
ชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด เพื่อจะได้หาวิธีการตอบสนองความต้องการได้ถูกต้อง เพราะลุกค้าแต่ละรายจะแตกต่างกันวิธีการที่จะเสนอขายพิชิตใจลูกค้าแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไปด้วย
หากรู้จักลูกค้าในทุกๆด้าน พนักงานขายก็จะสามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้หลากหลาย รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น
- ลุกค้าที่ชอบโลเล เป็นบุคคลที่ไม่เชื่อมั่นในตนเอง
เปลี่ยนใจง่ายรอการตัดสินใจจากผู้อื่น พนักงานขายจะต้องทราบว่า สิ่งใด
หรือใครมีอิทธิพลในการตัดสินใจของงลุกกค้ามากที่สุด ความต้องการที่สุดของเขาคืออะไร
เพื่อจะใช้ข้อมูลนี้ในการนำเสนอการขายได้ตรงตามเป้าหมาย พร้อมกันนั้นพนักงานต้องใช้เทคนิค
พูดให้กระชับแต่ได้ใจความ เสนอแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แต่ลูกค้า
- ลูกค้าประเภทใจร้อน เป็นลุกค้าที่แสดงอารมณ์ได้ง่าย
พนักงายจะต้องมีเทคนิคคือการใช้ความอดทน อารมณ์เย็น แสดงความยอมรับความคิดของลูกค้า
ใช้กิริยาท่าทางที่สงบ แต่คอยหาโอกาสเพื่อสนองความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอยู่ตลอดเวลา
- ลูกค้าประเภทชอบเถียง เป็นลูกค้าประเภทที่ชอบวางท่าว่าด้วยตัวเองเหนือกว่ารู้มากกว่า
มีความสามารถมากกว่า โดยจะข่มพนักงานขายเพียงเพื่อให้ตนเองมีความสำคัญพนักงานขายจะต้องใจเย็น
แสดงการยกย่องชมเชยในความรู้ความสามารถของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้ายอมรับความตรงไปตรงมาของพนักงานขาย
4. รู้เรื่องเกี่ยวกับคู่แข่ง การมีคู่แข่งเปรียบเสมือนการมียาชูกำลังให้พนักงานขายกระตือรือร้นทำงานให้แข็งขันมากขึ้นเพื่อขายสินค้าให้ได้
การประกอบอาชีพการขายต้องรู้ว่าขณะนี้ตนเองต้องแข่งขันกับใครบ้าง คู่แข่งขันมีศักยภาพเป็นอย่างไร
ครอบครองตลาดอยู่มากน้อยแค่ไหน อย่างไร สินค้าของเขาดีหรือไม่ดีกว่าของเราอย่างไร
มีจุดเด่นจดด้อยอย่างไร เขาใช้วิธีการอย่างไร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้พนักงานขายต้องทราบ และต้องหาวิธีแก้ไขนำเสนอจุดเด่นของสินค้าของตนเอง
และนำไปสนองต่อลูกค้าที่จะ ซื้อสินค้าให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย
การมีความรู้ในการขายที่ดีนี้ จะทำให้พนักงานขายสามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้ถูกต้องใช้วิธีการที่จะดึงดูดหรือสร้างจุดสนใจให้ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม
เป็นเทคนิคที่จะสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ เลื่อมใสศรัทธา และยอมรับในสินค้าที่จะนำเสนอจากพนักงานขาย
ถือเป็นวิธีการพิชิตใจลูกค้าอีกทางหนึ่ง
เทคนิคของการชนะใจลูกค้า
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นรวดเร็วในปัจจุบันทำให้การแข่งขันทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น
อาชีพพนักงานขายจะต้องมีการแข่งขันการขายสินค้าและบริการของตนให้มาที่สุด ชนะคู่แข่งให้ได้
เพื่อผลกำไรตามเป้าหมายของกิจการซึ่งยุทธวิธีจะทำให้การขายในสังคมปัจจุบันถ้ามีการแข่งขันกันสูงเช่นนี้ประสบผลสำเร็จ
พนักงานขายจะต้องรู้จักและเข้าใจสถานการณ์ของตลาด รู้จักคู่แข่ง สินค้าและบริการ ฐานะกำลังจุดเด่นจุดด้อยและศักยภาพของตนเอง
เพื่อนำมาเป็นข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์เปรียบเทียบคู่แข่ง สภาพตลาด และตนเอง อันจะไปสู่ในการหาแนวทางหรือเทคนิคที่จะชนะใจลูกค้าให้ได้
ยุทธวิธีที่พนักงานขายจะต้องนำไปใช้ในการเสนอขายเพื่อพิชิตใจลูกค้า บางครั้งจะต้องอาศัยเทคนิคหลายอย่างประกอบกัน
บางครั้งก็สามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมรวมทั้งลูกค้า
แต่สิ่งแวดล้อมที่พนักงานขายจะต้องนำไปใช้ในการเสนอขายให้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ ได้แก่
1. มีจิตใจเชื่อมั่นว่าทำได้ ปัญหาสำคัญของพนักงานขายก็คือ ความวิตกกังวลที่จะเสนอขายและเกิดความท้อเมื่อถูกปฏิเสธจากลูกค้า
ดังนั้นจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง
2. วางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน การวางแผนการทำงานไว้อย่างมีระบบ
ถือได้ว่าได้ปฏิเสธหน้าที่ไปแล้วครึ่งหนึ่ง พนักงานขายจะประสบผลสำเร็จในการขายของตนเองก็จะต้องวางแผนให้รัดกุมพร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหา
การวางแผนในการขายมีเทคนิคดังนี้
- จัดลำดับความสำคัญในแต่ละวันไว้ โดยจะต้องทำเวลาตารางและงานที่ต้องทำไว้ด้วย
- วางแผนใช้เวลาทำงานแต่ละอย่างให้น้อยที่สุด เพื่อใช้เวลาส่วนใหญ่พบลูกค้าได้มากที่สุด
เช่น การวางแผนการเดินทาง และจัดลำดับที่อยู่ของลูกค้าที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน
- คัดเลือกคาดว่าจะเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
และค่อนข้างแน่ใจว่าจะซื้อสินค้า เพื่อใช้เวลาเข้าพบและวางแผนการนำเสนอสินค้าและบริการ
- วางแผนการปฏิบัติงานเพื่อสนองนโยบายของแผนกการขายของฝ่าย โดยพนักงายขายแต่ละคนนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ
3. เลียนแบบยุทธวิธีที่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว
การเลียนแบบนะที่นี้มิได้หมายถึง การเอาอย่างทั้งหมด แต่จะต้องรู้จักนำยุทธวิธีของผู้ที่ประสบผลสำเร็จมาพัฒนาใช้กับลูกค้าของตนเอง
4. รักษาตลาดไม่ให้คู่แข่งเข้ามามีส่วนแบ่ง การที่จะเป็นผู้พิชิตใจลูกค้าได้ย่อมหมายถึง
การมาครอบครองส่วนหนึ่งของตลาดได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะพิชิตใจลูกค้าได้ คือ สินค้าและบริการของเรานั้นจะต้องมีคุณภาพ
และเกิดประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างแท้จริงด้วย
5. ใช้วิธีการขยายพื้นที่การขาย นอกเหนือจากการใช้เทคนิคการโดยตรงจากลูกค้าเฉพาะรายแล้วพนักงานขายอาจใช้เทคนิคกระจายการขายในแต่ละวันหรือในแต่ละสัปดาห์ออกไปในที่ต่างๆได้
6. ใช้วิธีการขายปลีกมรผสมผสาน
เป็นวิธีที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่ขายสินค้าให้ดีที่สุด ให้ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด
หรือจูงใจให้มีลูกค้าประจำเพิ่มมากที่สุด วิธีการนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทคนิคการขายแบบป่าล้อมเมือง ได้แก่
- การขายตัดราคา คือ มีการลดราคาแข่งขันกัน เช่น ติดป้ายประกาศ ลดราคาเครื่องนุ่งห่มของห้างสรรพสินค้า.......50-80
เปอร์เซ็นต์
- ใช้สินค้าเพื่อจูงใจให้ลูกค้าเข้าร้าน เช่น แจกเครื่องดื่มฟรี เมื่อเข้าไปชมสินค้าในร้าน
- การให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า เช่น จัดสถานที่จ่ายเงินให้มากขึ้น
รับบัตรเครดิต เพื่อสะดวกในการจ่ายเงิน
- ชักชวนให้ลูกค้าเป็นสมาชิกของกิจการอย่างถาวร เช่น
การทำบัตรสมาชิก หรือ บัตรลดราคาตลอดปีให้เป็นพิเศษ
7. ใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ขณะนี้อยู่ในยุคของข่าวสาร ข้อมูล
การดำเนินธุรกิจต่างๆ จะประสบผลสำเร็จได้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีสื่อสารทุกประเภท
ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด รวดเร็วและถูกต้อง การนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ มาใช้กับการขาย จะทำให้การเสนอขายน่าเชื่อถือ
เพราะมีข้อมูลที่ทันสมัย อันจะนำมาวิเคราะห์หาแนวทางที่จะนำเสนอ และพิชิตใจลูกค้าได้ทันกับสภาพการณ์ปัจจุบัน